เจาะลึก
1. จุดกำเนิดและวัตถุประสงค์หลัก
Gram เดิมเป็นชื่อของสกุลเงินดิจิทัลในโครงการบล็อกเชน Telegram Open Network (TON) ที่เริ่มในปี 2018 หลังจากที่เกิดข้อพิพาทกับหน่วยงานกำกับดูแล (SEC) ในปี 2020 Telegram ต้องถอนตัวออกจากโครงการนี้ แต่กลุ่มนักพัฒนาชุมชนอิสระยังคงพัฒนาต่อโดยเปลี่ยนชื่อเครือข่ายเป็น The Open Network (TON) และเปลี่ยนชื่อสกุลเงินเป็น Toncoin ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2026 ชุมชนได้ลงมติเปลี่ยนชื่อกลับมาใช้ Gram อย่างเป็นทางการ (Crypto.news) จุดมุ่งหมายหลักของโครงการคือการสร้างระบบนิเวศ Web3 ภายใน Telegram ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเป็นเจ้าของตัวตนดิจิทัล ข้อมูล และสินทรัพย์ของตนเอง
2. เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรม
TON เป็นบล็อกเชนแบบ proof-of-stake (PoS) ซึ่งหมายถึงว่าผู้ตรวจสอบธุรกรรมต้องถือและล็อกเหรียญ GRAM เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยและประมวลผลธุรกรรม วิวัฒนาการสำคัญของระบบนี้คือ dynamic sharding ซึ่งแบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้สามารถประมวลผลธุรกรรมหลายรายการพร้อมกันได้ ทำให้เครือข่ายมีความเร็วสูงและขยายตัวได้ดี เครือข่ายได้ผ่านการอัปเกรดที่สำคัญหลายครั้ง รวมถึง Catchain 2.0 ที่ช่วยลดเวลาสร้างบล็อกและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอย่างมาก (Crypto.news)
3. ระบบนิเวศและการผสานกับ Telegram
ระบบนิเวศของ Gram ถูกสร้างขึ้นโดยยึด Telegram เป็นฐานหลัก การใช้ประโยชน์ของ Gram รวมถึงการจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม การถือเหรียญเพื่อความปลอดภัยของเครือข่าย และการใช้เป็นตัวชำระเงินภายในบริการในแอป ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดตัว Gram Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเองที่ผสานเข้าไปใน Telegram โดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม (CoinMarketCap) การผสานลึกนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จในการนำ Gram สู่การใช้งานในวงกว้าง
สรุป
โดยรวม Gram คือโทเค็นสาธารณะที่ใช้ในบล็อกเชนประสิทธิภาพสูงซึ่งถูกออกแบบและฝังตัวอยู่ในแพลตฟอร์ม Telegram โดยตรง เป็นช่องทางที่เชื่อมต่อผู้ใช้จำนวนมหาศาลเข้าสู่โลก Web3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำถามสำคัญคือ Gram จะประสบความสำเร็จในด้านการใช้งานจริงและแพร่หลายง่ายเหมือนที่บล็อกเชนอื่นๆ ยังทำไม่ได้หรือไม่?