สรุปย่อ
แผนงานของ EigenCloud มุ่งเน้นไปที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ตรวจสอบได้ (verifiable infrastructure) การพัฒนาโทเคนโอมิกส์ (tokenomics) และการขยายบริการคลาวด์แบบกระจายศูนย์ (decentralized cloud services)
- เปิดตัวแรงจูงใจ ELIP-12 (ไตรมาส 1 ปี 2026) – ปรับโครงสร้างรางวัล EIGEN เพื่อส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศ
- เปิดตัว EigenVerify Mainnet (ไตรมาส 1 ปี 2026) – ชั้นการแก้ไขข้อพิพาทสำหรับแอปพลิเคชันที่ตรวจสอบได้
- อัปเกรดประสิทธิภาพ EigenDA (ปี 2026) – ขยายความสามารถในการประมวลผลเป็นร้อยเมกะไบต์ต่อวินาที และลดความหน่วงเวลา
รายละเอียดเชิงลึก
1. เปิดตัวแรงจูงใจ ELIP-12 (ไตรมาส 1 ปี 2026)
ภาพรวม:
ELIP-12 (เสนอในเดือนธันวาคม 2025) กำหนดค่าธรรมเนียม 20% สำหรับรางวัล AVS ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยแรงจูงใจจาก EIGEN โดย AVS ที่จ่ายค่าธรรมเนียมเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์รับการปล่อยโทเคน และค่าธรรมเนียมทั้งหมดจะถูกนำไปยังสัญญาซื้อคืน EIGEN ซึ่งช่วยเปลี่ยนรางวัลไปสู่ "การถือครองที่สร้างมูลค่า" คือ AVS ที่ใช้งานจริงและสร้างค่าธรรมเนียมแทนที่จะเป็นเงินทุนที่ไม่ได้ใช้งาน
ความหมาย:
นี่เป็นสัญญาณบวกสำหรับ EIGEN เพราะสร้างวงจรการเพิ่มมูลค่าโดยตรง: การใช้งานแอป → ค่าธรรมเนียม → การซื้อคืน → ความต้องการโทเคน การลงโทษการถือครองแบบนิ่งอาจเร่งการนำเทคโนโลยี EigenCloud ไปใช้โดยนักพัฒนา อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อ AVS ขนาดเล็กที่อาจไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้ทันที
2. เปิดตัว EigenVerify Mainnet (ไตรมาส 1 ปี 2026)
ภาพรวม:
EigenVerify (เปิดตัวตัวอย่างกลางปี 2025) เป็นระบบแก้ไขข้อพิพาทที่ตั้งโปรแกรมได้สำหรับการคำนวณนอกเครือข่าย (off-chain) โดยมีสามโหมด ได้แก่ การตัดสินแบบกำหนดผลลัพธ์แน่นอน (deterministic), การตัดสินโดยชุมชน (intersubjective) และการตัดสินโดย AI (AI-adjudicated) ซึ่งช่วยให้แอปพลิเคชันที่ซับซ้อน เช่น ประกันภัยบนบล็อกเชน หรือ ตลาดทำนาย สามารถมีการรับประกันที่บังคับใช้ได้
ความหมาย:
นี่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานจริง เพราะแก้ไขช่องว่างสำคัญในด้านการคำนวณที่ตรวจสอบได้ คือการแก้ไขข้อพิพาทที่ลดความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือ โดยช่วยให้แอปที่ต้องการการตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น การประเมินความเสี่ยง หรือ การควบคุมเนื้อหา สามารถขยายตลาดของ EigenCloud ไปไกลกว่าบริการข้อมูลและการประมวลผลพื้นฐาน การเปิดตัวบน mainnet จะเป็นการทดสอบกลไกการลงโทษ (slashing) ภายใต้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจริง
3. อัปเกรดประสิทธิภาพ EigenDA (ปี 2026)
ภาพรวม:
EigenDA ปัจจุบันสามารถประมวลผลข้อมูลได้ 100MB/s (ใช้งานจริงตั้งแต่ปี 2025) แผนการอัปเกรดมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความเร็วเป็น "ร้อยเมกะไบต์ต่อวินาที" และลดความหน่วงเวลาให้ต่ำกว่าหนึ่งวินาที (จากเดิมประมาณ 10 วินาที) โดยจะปรับปรุงการซิงโครไนซ์โหนดและการประมวลผลแบบขนาน เพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องการความถี่สูง เช่น การซื้อขายสถาบัน หรือ การประมวลผล AI
ความหมาย:
นี่เป็นสัญญาณที่ดีต่อการนำไปใช้จริง เพราะความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะดึงดูดงานระดับองค์กรที่ต้องการการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ เช่น การซื้อขายของ Reya Network อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการกระจายอำนาจของผู้ดำเนินการ หากการลดความหน่วงเวลาต้องพึ่งพาโหนดศูนย์กลาง อาจส่งผลต่อความต้านทานการเซ็นเซอร์ จึงต้องติดตามจำนวนผู้ดำเนินการหลังการอัปเกรดอย่างใกล้ชิด
สรุป
ความสำคัญของ EigenCloud ในปี 2026 อยู่ที่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ (ELIP-12), การแก้ไขข้อพิพาท (EigenVerify) และการขยายโครงสร้างพื้นฐาน (EigenDA) ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวคิด "คลาวด์ที่ตรวจสอบได้" ด้วย EigenCompute และ EigenDA ที่พร้อมใช้งานแล้ว การอัปเกรดเหล่านี้อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดแอปพลิเคชันบนบล็อกเชนที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะในด้าน AI และการเงินระดับสถาบัน คำถามสำคัญคือ AVS จะเปลี่ยนจากเครือข่ายทดสอบเป็นบริการที่สร้างค่าธรรมเนียมบน mainnet ได้เร็วแค่ไหนภายใต้โมเดลแรงจูงใจใหม่นี้?