สรุปย่อ
การอัปเดตโค้ดล่าสุดของ ZKsync มุ่งเน้นไปที่การเสริมความปลอดภัย การรวมโครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
- แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของสะพาน wstETH (มีนาคม 2026) – พบจุดอ่อนที่อาจเกิดขึ้น จึงหยุดรับฝากผ่านสะพานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
- กำหนดวันยกเลิก ZKsync Lite (กุมภาพันธ์ 2026) – ระบบ ZK rollup รุ่นแรกจะปิดตัวอย่างถาวรในวันที่ 4 พฤษภาคม 2026
- อัปเกรด zkVerify Runtime 1.3.1 (พฤศจิกายน 2025) – เพิ่มตัวเลือกการตรวจสอบและควบคุมการสร้างหลักฐาน (proof) ใหม่ ๆ
รายละเอียดเชิงลึก
1. แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของสะพาน wstETH (มีนาคม 2026)
ภาพรวม: พบช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในสัญญาสะพานสำหรับเหรียญ wrapped staked Ether (wstETH) แม้ว่าทรัพย์สินของผู้ใช้จะไม่เคยตกอยู่ในความเสี่ยง แต่การฝากผ่านสะพานถูกระงับชั่วคราวเพื่อความระมัดระวัง
การแก้ไขได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและถูกนำเสนอผ่านการลงคะแนนเสียงของชุมชน Lido บนบล็อกเชนในช่วงปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน 2026 หลังจากนั้นการทำงานของสะพานก็กลับมาเป็นปกติ เหตุการณ์นี้เป็นกรณีเฉพาะและไม่มีผลกระทบต่อสะพานอื่น ๆ หรือการโอนเหรียญบน ZKsync
ความหมาย: เป็นเรื่องที่ดีสำหรับ ZKsync เพราะแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังและการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทีมงานสามารถตรวจจับปัญหาก่อนที่จะถูกโจมตีจริง ทำให้ทรัพย์สินของผู้ใช้ปลอดภัย และสะท้อนถึงความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐาน DeFi ที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ
(Lido)
2. กำหนดวันยกเลิก ZKsync Lite (กุมภาพันธ์ 2026)
ภาพรวม: ทีมงานประกาศวันปิดตัว ZKsync Lite (เวอร์ชัน 1.0) ซึ่งเป็น zero-knowledge rollup รุ่นแรกของ Ethereum โดยจะหยุดสร้างบล็อกในวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 และสถานะของเครือข่ายจะถูกแช่แข็งถาวร
จะยังคงมี API แบบอ่านข้อมูลได้อย่างเดียวให้ใช้งานอย่างน้อยหนึ่งปี ผู้ใช้จึงควรถอนทรัพย์สินออกเพื่อความสะดวก แต่เงินทั้งหมดยังคงสามารถเรียกคืนได้อย่างปลอดภัย การยกเลิกนี้เป็นการรวมทรัพยากรไปยัง ZKsync Era และ ZK Stack ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยกว่า
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ ZKsync เพราะช่วยให้โครงการมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีใหม่ที่มีฟีเจอร์ครบถ้วนมากขึ้น การเลิกใช้โครงสร้างพื้นฐานเก่าช่วยให้ทีมงานสามารถทุ่มเททรัพยากรไปที่นวัตกรรม ประสิทธิภาพ และการดึงดูดนักพัฒนารายใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศ
(The Block)
3. อัปเกรด zkVerify Runtime 1.3.1 (พฤศจิกายน 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้ช่วยให้นักพัฒนามีความยืดหยุ่นและควบคุมการตรวจสอบหลักฐานทางคณิตศาสตร์บนบล็อกเชนได้มากขึ้น
ฟีเจอร์สำคัญได้แก่ การรองรับการตรวจสอบหลักฐาน EZKL ซึ่งเหมาะกับงานด้าน AI/ML การตั้งค่ารายชื่ออนุญาตสำหรับเจ้าของโดเมนในการควบคุมผู้ส่งหลักฐาน และการรองรับตัวเลือกการตรวจสอบแบบไม่ใช้ zero-knowledge ที่ชื่อ Ultrahonk เครื่องมือเหล่านี้ตอบโจทย์นักพัฒนาที่ต้องการระบบตรวจสอบเฉพาะทาง
ความหมาย: เป็นเรื่องดีสำหรับ ZKsync เพราะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของนักพัฒนาโดยเพิ่มเครื่องมือและความสามารถในการปรับแต่ง การผสานรวมหลักฐานที่ซับซ้อน เช่น งาน AI จะช่วยดึงดูดโครงการและกรณีการใช้งานใหม่ ๆ สู่เครือข่าย ส่งเสริมการเติบโตในระยะยาว
(zkVerify)
สรุป
ทิศทางการพัฒนาของ ZKsync ชัดเจนว่ากำลังเปลี่ยนจากการทดลองแนวคิดไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัย รวมศูนย์ และเป็นมิตรกับนักพัฒนาเต็มรูปแบบ การยกเลิก ZKsync Lite จะส่งผลอย่างไรต่อกิจกรรมในเครือข่ายและการย้ายสินทรัพย์มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์ที่ยังคงอยู่ในสะพาน? นี่คือคำถามที่น่าติดตามในอนาคต