รายละเอียดเพิ่มเติม
1. การรวม Tier-1 Stablecoin (ปี 2026)
ภาพรวม:
Stacks กำลังเร่งดำเนินการรวม stablecoin ชั้นนำ เช่น USDC หรือ USDT เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง DeFi ได้ง่ายขึ้น เพิ่มตัวเลือกคู่เทรด และรองรับการเก็บรักษาสินทรัพย์สำหรับสถาบันการเงิน โครงการนี้นำโดยทีม BD ที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อกับเงินสดและเพิ่มสภาพคล่องในตลาด
ความหมาย:
เป็นสัญญาณบวกสำหรับ STX เพราะ stablecoin ช่วยลดความผันผวนและดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ระบบ DeFi ของ Stacks แต่ถ้ามีความล่าช้าจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบหรือความร่วมมือกับพันธมิตร อาจส่งผลลบได้
แหล่งข้อมูล: Stacks Roadmap, Stacks tweet
2. sBTC Multichain ผ่าน Wormhole (ปี 2026)
ภาพรวม:
หลังจากการรวมกับ Axelar แล้ว sBTC จะขยายไปยังบล็อกเชนที่เชื่อมต่อผ่าน Wormhole เช่น Solana และ Aptos ซึ่งจะช่วยเชื่อมสภาพคล่องของ Bitcoin ไปยังระบบนิเวศอื่น ๆ นอกเหนือจาก Stacks ทำให้ DeFi ข้ามเครือข่ายทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น และเพิ่มการยอมรับ sBTC
ความหมาย:
เป็นสัญญาณบวกสำหรับ STX เพราะช่วยเพิ่มการใช้งานและความต้องการของ sBTC แต่ถ้าพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในสะพานข้ามเครือข่าย หรือมี Bitcoin wrapper คู่แข่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้น อาจส่งผลลบได้
แหล่งข้อมูล: Stacks tweet
3. การอัปเกรด sBTC แบบ Trustless (ปี 2026)
ภาพรวม:
นักพัฒนาหลักกำลังออกแบบ sBTC ที่ผู้ใช้สามารถควบคุม Bitcoin ได้ด้วยตนเองผ่านหลักฐานทางคณิตศาสตร์โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลกลาง ขั้นตอนนี้เรียกว่า "Satoshi Upgrades" ซึ่งศึกษาการใช้เงื่อนไขพิเศษของ Bitcoin เพื่อให้ผู้ใช้ถอน BTC ได้ด้วยตัวเอง
ความหมาย:
เป็นสัญญาณบวกสำหรับ STX เพราะสอดคล้องกับแนวคิดลดความไว้วางใจใน Bitcoin แต่ถ้าการอัปเกรดสคริปต์ Bitcoin มีความซับซ้อนและล่าช้า อาจทำให้การใช้งานล่าช้าเกินปี 2026
แหล่งข้อมูล: Stacks Roadmap
สรุป
เป้าหมายของ Stacks ในปี 2026 ได้แก่ การรวม stablecoin ชั้นนำ การขยาย sBTC และการออกแบบแบบ trustless ซึ่งจะช่วยเสริมความเป็นผู้นำในวงการ Bitcoin DeFi พร้อมกับรักษาความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย การเชื่อมต่อสภาพคล่องข้ามเครือข่ายจะเปลี่ยนบทบาทของ Bitcoin จากแค่ที่เก็บมูลค่าไปสู่การใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นอย่างไร?