ตัวกลางการแลกเปลี่ยน
การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยผ่านคนกลาง:
การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีคนกลาง:

การวิเคราะห์ราคาล่าสุดของ Render(RENDER)

โดย CMC AI
12 January 2026 02:47PM (UTC+0)

ทำไมราคาของ RENDER ถึงลดลง? (12/01/2026)

ยาวไปไม่ได้อ่าน (TLDR)

Render (RENDER) ปรับตัวลดลง 4.14% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 53.74% ในรอบเดือนที่ผ่านมา การปรับฐานนี้สอดคล้องกับความระมัดระวังในตลาดโดยรวม แต่ยังสะท้อนถึงความอ่อนแรงทางเทคนิคเฉพาะของเหรียญนี้ ปัจจัยหลักมีดังนี้:

  1. การปรับฐานหลังจากซื้อเกิน (Overbought Correction): ค่า RSI ของ RENDER แตะ 80.75 ในรอบ 7 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณให้เทรดเดอร์เริ่มทำกำไรหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้น 53.74% ในเดือนที่ผ่านมา

  2. ความระมัดระวังในตลาดโดยรวม (Market Caution): ดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโต (Fear & Greed Index) อยู่ที่ 41/100 และส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเป็น 58.57% ส่งผลกดดันต่อเหรียญอื่น ๆ

  3. แรงต้านทางเทคนิค (Technical Resistance): ราคาถูกปฏิเสธที่ระดับ $2.70 และกำลังทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ Fibonacci $2.34

1. การปรับฐานหลังจากซื้อเกิน (ผลกระทบเชิงลบ)

ภาพรวม:
ค่า RSI ของ RENDER ในรอบ 7 วันแตะ 80.75 เมื่อวันที่ 11 มกราคม ซึ่งถือว่าอยู่ในโซน "ซื้อเกิน" (มากกว่า 70) ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap หลังจากราคาพุ่งขึ้น 53.74% ใน 30 วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงซื้อที่มากเกินไปจนไม่ยั่งยืน

ความหมาย:
สภาวะซื้อเกินมักทำให้เทรดเดอร์เริ่มขายทำกำไร ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 144.03% เป็น 230.8 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงขายที่เข้มข้น การปรับฐานทางเทคนิคนี้ถือเป็นเรื่องปกติและดีต่อสุขภาพตลาด แต่ถ้าแนวรับถูกทำลาย อาจเกิดการขายล้างสถานะ (liquidation) อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ควรติดตาม:
ดูว่า RSI ลดลงต่ำกว่า 70 ในกราฟรายวันหรือไม่ เพื่อบ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มอ่อนตัว

2. การเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงในตลาดโดยรวม (ผลกระทบเชิงลบ)

ภาพรวม:
มูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมดลดลง 0.385% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเป็น 58.57% ดัชนี Fear & Greed อยู่ที่ 41 ซึ่งถือว่าเป็นกลาง แต่แรงขับเคลื่อนในช่วงฤดูของเหรียญอื่น ๆ ชะลอตัว (+10.71% ใน 24 ชั่วโมง เทียบกับ +24% ในสัปดาห์)

ความหมาย:
เงินทุนหมุนกลับเข้าสู่ Bitcoin ซึ่งถูกมองว่าเป็น "ที่ปลอดภัย" ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้เหรียญที่มีความเสี่ยงสูงกว่าอย่าง RENDER ถูกกดดัน ราคาของ RENDER ลดลง 4.14% ซึ่งมากกว่าการลดลงของ ETH (-1.2%) และ SOL (-2.1%) แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงของเหรียญนี้

3. แรงต้านทางเทคนิคและจุดเกิดการขายล้างสถานะ (ผลกระทบเชิงลบ)

ภาพรวม:
ราคาแตะจุดสูงสุดที่ $2.70 เมื่อวันที่ 11 มกราคม แต่ถูกปฏิเสธที่ระดับ Fibonacci 23.6% ($2.34) ข้อมูลจาก Coinglass แสดงให้เห็นว่ามีการขายล้างสถานะมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ใกล้ระดับราคา $2.40 โดยกลุ่มผู้ขายคาดหวังให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับ Fibonacci 38.2% ที่ $2.12

ความหมาย:
นักเทคนิคขายทำกำไรที่ระดับแรงต้านนี้ ขณะที่การขายล้างสถานะในตลาดอนุพันธ์เพิ่มแรงกดดันให้ราคาลง กราฟ 4 ชั่วโมงแสดงรูปแบบ "bear flag" ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสที่ราคาจะลดลงต่อหากแนวรับที่ $2.34 ถูกทำลาย

สรุป

การปรับตัวลดลงของ RENDER เกิดจากการขายทำกำไรหลังจากสัญญาณซื้อเกิน การหมุนเงินทุนเข้าสู่ Bitcoin และแรงต้านทางเทคนิคที่ระดับ $2.70 แม้จะมีแนวโน้มเชิงลบในระยะสั้น แต่แนวโน้มการเติบโตจากเรื่องราว AI/GPU และการเพิ่มขึ้น 53.74% ในรอบเดือนยังคงอยู่หากแนวรับที่ $2.12 ยังคงแข็งแกร่ง

สิ่งที่ต้องจับตา: RENDER จะสามารถรักษาแนวรับ Fibonacci 38.2% ที่ $2.12 เพื่อเริ่มสะสมใหม่ได้หรือไม่?

ทำไมราคา RENDER ถึงสูงขึ้น (11/01/2026)

สรุปสั้น ๆ

ราคา Render (RENDER) ปรับตัวขึ้น 4.58% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้น 35% ในรอบสัปดาห์ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่
1. การเติบโตของโทเค็น AI และการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มอุตสาหกรรม
2. การสะสมเหรียญโดยนักลงทุนรายใหญ่ (whales) ที่แสดงถึงความมั่นใจ
3. การทะลุแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ

วิเคราะห์เชิงลึก

1. การเติบโตของโทเค็น AI (ส่งผลบวก)

ภาพรวม: Render ปรับตัวขึ้นพร้อมกับโทเค็น AI อื่น ๆ เช่น Bittensor (+26%) และ Fetch.ai โดยกลุ่มคริปโต AI มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหลัง ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ที่คาดว่าความต้องการ GPU จะเพิ่มขึ้น 100 เท่าภายในปี 2028
ความหมาย: Render เป็นเครือข่าย GPU แบบกระจายศูนย์สำหรับงาน AI และการเรนเดอร์ 3 มิติ ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มนี้ เมื่อเงินทุนไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI การใช้งานจริงของ RENDER ในการประมวลผลแบบกระจายช่วยกระตุ้นความต้องการทั้งในเชิงเก็งกำไรและพื้นฐาน

2. การสะสมเหรียญโดยนักลงทุนรายใหญ่ (ส่งผลบวก)

ภาพรวม: ข้อมูลบนบล็อกเชนแสดงให้เห็นว่ามีการซื้อเหรียญโดยนักลงทุนรายใหญ่ต่อเนื่อง เช่น การซื้อ RENDER มูลค่า 106,000 ดอลลาร์ จำนวน 42,300 เหรียญใน 24 ชั่วโมง และการโอนเหรียญมูลค่า 121,000 ดอลลาร์ออกจากตลาดซื้อขาย
ความหมาย: นักลงทุนรายใหญ่กำลังเตรียมตัวรับมือกับการนำ AI มาใช้ในวงกว้าง โดยการดูดซับแรงขายและแสดงความเชื่อมั่นในระยะยาว กิจกรรมนี้มักเป็นสัญญาณก่อนเกิดความสนใจจากนักลงทุนรายย่อย (FOMO) ซึ่งช่วยสร้างแรงผลักดันราคาให้สูงขึ้น

3. การทะลุแนวต้านทางเทคนิค (ส่งผลบวก)

ภาพรวม: RENDER สามารถทะลุแนวต้านที่ 2.20 ดอลลาร์ (ซึ่งกลายเป็นแนวรับใหม่) โดยมีค่า RSI ที่ 72.27 บนกราฟ 7 วัน แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ MACD histogram เปลี่ยนเป็นบวก (+0.1017) ยืนยันแรงกดดันเชิงบวก
ความหมาย: นักเทรดทางเทคนิคเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุระดับสำคัญ สร้างแรงซื้อที่ต่อเนื่อง ควรจับตาโซนแนวรับ 2.35-2.40 ดอลลาร์ หากราคายืนได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นไปทดสอบระดับ 2.65 ดอลลาร์ (ระดับ Fibonacci 23.6%)

สรุป

การปรับตัวขึ้นของ Render เกิดจากแรงหนุนในกลุ่ม AI การสะสมเหรียญโดยนักลงทุนรายใหญ่ และสัญญาณทางเทคนิค แม้ว่าจะมีสัญญาณว่าราคาซื้อเกินไป อาจต้องมีการพักฐานบ้าง
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ปริมาณการซื้อขายของโทเค็น AI จะสามารถรักษาระดับเหนือ 200 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เพื่อสนับสนุนการขึ้นต่อไปได้หรือไม่?

CMC AI can make mistakes. Not financial advice.

สำรวจเหรียญที่คล้ายกัน