รายละเอียดเพิ่มเติม
1. การอัปเกรด Mainnet Fork (ไตรมาส 1 ปี 2026)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้จะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การพัฒนา "trandfunction" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและฟังก์ชันของเครือข่าย โดยจะเป็นการ fork แบบไม่มีข้อขัดแย้ง เพื่อปรับปรุงการประมวลผลธุรกรรมและความสามารถในการขยายระบบ แหล่งที่มา
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ INI เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายและดึงดูดนักพัฒนามากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจมีความเสี่ยงทางเทคนิคที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักชั่วคราวในช่วงการดำเนินการ
2. การสนับสนุนระบบนิเวศชุดที่ 2 (ใกล้จะเกิดขึ้น)
ภาพรวม: InitVerse จะเปิดรับสมัครทุนสนับสนุนสำหรับนักพัฒนาที่สร้างสรรค์โซลูชันด้าน DeFi, NFT และองค์กร โดยโปรแกรมนี้รวมถึงเงินทุนและทรัพยากรทางเทคนิค แหล่งที่มา
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ INI เพราะจะช่วยขยายระบบนิเวศและการใช้งาน แต่ถ้าการเปิดตัวโครงการล่าช้าหรือคุณภาพของผลงานต่ำ อาจจำกัดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
3. แผนสามปีใหม่ (2026–2028)
ภาพรวม: ประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2025 แผนนี้เน้นการบริหารจัดการโดยชุมชน การผสานรวมด้านความเป็นส่วนตัวและการเงิน รวมถึงการขยายตลาดทั่วโลก โดยมีศูนย์กลางภูมิภาคและพันธมิตร แหล่งที่มา
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ INI เพราะการบริหารแบบกระจายศูนย์จะช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของโทเค็น ความเสี่ยงในการดำเนินงานคือความท้าทายในการประสานงานกับชุมชนทั่วโลก
4. การใช้เงินทุน 50 ล้านดอลลาร์ (กำลังดำเนินการ)
ภาพรวม: InitVerse ได้รับเงินทุน 50 ล้านดอลลาร์ (500 BTC) เพื่อเร่งการขยายตัวในระดับโลกและพัฒนาการใช้งานของ INI โดยเน้นที่พันธมิตรองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งที่มา
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ INI เพราะเงินทุนนี้จะช่วยเร่งการนำไปใช้ แต่ความผันผวนของตลาดหรือการบริหารจัดการที่ไม่ดีอาจลดประสิทธิภาพของเงินทุนนี้ได้
สรุป
แผนงานของ InitVerse สร้างสมดุลระหว่างการอัปเกรดทางเทคนิคและการเติบโตของระบบนิเวศ โดยมีเงินทุนสนับสนุนอย่างมาก ตัวเร่งปฏิกิริยาในระยะสั้น เช่น การ fork mainnet และโปรแกรมทุนสนับสนุน อาจช่วยเพิ่มการใช้งาน ขณะที่แผนสามปีมุ่งสู่การกระจายอำนาจอย่างยั่งยืน คำถามคือ การบริหารจัดการโดยชุมชนจะมีบทบาทอย่างไรในการกำหนดทิศทางของ InitVerse ในช่วงต่อไป?