สรุปย่อ
โค้ดของ Avalanche ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์ผู้ใช้
- Granite Upgrade (19 พฤศจิกายน 2025) – เพิ่มเวลาบล็อกแบบไดนามิก, การล็อกอินด้วยไบโอเมตริกซ์ และลดค่าธรรมเนียมการส่งข้อความข้ามเชน
- Octane Upgrade (ไตรมาส 2 ปี 2025) – ลดค่าธรรมเนียม C-Chain ลง 98% และเปลี่ยนระบบ staking ของ validator เป็นแบบจ่ายตามการใช้งาน
- Core Wallet Onramps (22 กรกฎาคม 2025) – ผสานการเติมเงินผ่านธนาคารและบัตรเครดิตโดยตรง เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อคริปโต
รายละเอียดเชิงลึก
1. Granite Upgrade (19 พฤศจิกายน 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของ Avalanche ในปี 2025 ที่ทำให้เครือข่ายเร็วขึ้น เพิ่มการล็อกอินแบบไม่ต้องใช้รหัสผ่านโดยใช้ไบโอเมตริกซ์บนโทรศัพท์ และทำให้การสื่อสารข้ามเชนเสถียรขึ้น ลดความล้มเหลวและค่าใช้จ่าย
การอัปเกรดนี้ประกอบด้วยข้อเสนอหลักสามข้อ ได้แก่ ACP-226 ที่ให้ validator ปรับเวลาบล็อกขั้นต่ำได้แบบไดนามิก เพื่อให้การยืนยันธุรกรรมเร็วกว่า 1 วินาที, ACP-204 ที่รองรับการใช้ secp256r1 cryptographic curve ทำให้ dApps สามารถใช้ FaceID หรือ TouchID บนอุปกรณ์สำหรับการยืนยันตัวตน และ ACP-181 ที่ทำให้ชุด validator คงที่ในช่วงเวลาประมาณ 5–10 นาที แทนที่จะเปลี่ยนทุกบล็อก ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมแก๊สและทำให้การสร้างแอปหลายเชนง่ายขึ้น
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ AVAX เพราะช่วยให้ผู้ใช้และนักพัฒนามีประสบการณ์ที่ดีขึ้น ธุรกรรมเร็วและถูกลง การล็อกอินง่ายขึ้นด้วยลายนิ้วมือ และการสร้างแอปข้ามเชนซับซ้อนทำได้เสถียรขึ้น การพัฒนานี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของเครือข่ายทั้งในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและสถาบัน
(Avalanche)
2. Octane Upgrade (ไตรมาส 2 ปี 2025)
ภาพรวม: การ hard fork ครั้งใหญ่ทั่วเครือข่ายที่ลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมอย่างมาก และเปลี่ยนวิธีการรับรางวัลของ validator ทำให้การสร้างและใช้งานแอปบน Avalanche ถูกลงมาก
การอัปเกรดนี้ใช้ ACP-125 ที่ลดค่าธรรมเนียมพื้นฐานของ C-Chain ลง 99.6% และ ACP-176 ที่เพิ่มอัลกอริทึมค่าธรรมเนียมแบบไดนามิกที่ตอบสนองต่อความหนาแน่นของเครือข่าย สำคัญที่สุดคือ ACP-77 ที่เปลี่ยนระบบ staking ของ validator จากการวาง 2,000 AVAX แบบคงที่ เป็นแบบจ่ายตามการใช้งาน ทำให้ต้นทุนการเปิด subnet ลดลงประมาณ 83%
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ AVAX เพราะทำให้เครือข่ายมีต้นทุนต่ำลงอย่างมาก ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมเฉลี่ยลดจากประมาณ 0.25 ดอลลาร์ เหลือเพียง 0.01 ดอลลาร์ นักพัฒนาและองค์กรจึงสามารถสร้างบล็อกเชนย่อย (subnet) ของตัวเองได้ถูกลงมาก ซึ่งช่วยส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศในระยะยาว
(CoinMarketCap)
3. Core Wallet Onramps (22 กรกฎาคม 2025)
ภาพรวม: กระเป๋าเงิน Core ของ Avalanche ผสานระบบเติมเงินด้วยเงินสด (fiat) โดยตรงจากบัญชีธนาคารและบัตรเดบิต ทำให้ผู้ใช้เติมเงินเข้ากระเป๋าได้โดยไม่ต้องผ่านตลาดกลาง (centralized exchange)
ด้วยเทคโนโลยีจาก Meld ผู้ใช้สามารถฝากเงินผ่านผู้ให้บริการหลายราย เช่น Coinbase, Stripe และ Transak ได้โดยตรงในแอป Core หรือส่วนขยายเบราว์เซอร์ หลังจากเติมเงินแล้ว ผู้ใช้สามารถแปลงเป็น USDC และแลกเปลี่ยนเป็นโทเค็นที่รองรับบน Avalanche หรือเครือข่ายพันธมิตรได้ง่าย
ความหมาย: นี่เป็นข่าวดีสำหรับ AVAX เพราะช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้ใช้ใหม่ การทำให้การเริ่มต้นใช้งานคริปโตง่ายเหมือนการซื้อของออนไลน์ทั่วไป จะช่วยดึงดูดผู้ใช้และเงินทุนเข้าสู่ระบบนิเวศ Avalanche มากขึ้น สนับสนุนการยอมรับในวงกว้าง
(CoinMarketCap)
สรุป
ทิศทางการพัฒนาของ Avalanche ในช่วงหลังเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนอย่างมากด้วย Octane, การเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยด้วย Granite และการทำให้การเริ่มต้นใช้งานง่ายขึ้นด้วย Core การพัฒนาต่อเนื่องนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสำหรับการใช้งานจริงและในระดับสถาบัน คำถามคือ การปรับปรุงทางเทคนิคเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อกิจกรรมของนักพัฒนาและการเติบโตของผู้ใช้ในไตรมาสถัดไป?