สรุปย่อ
โค้ดเบสของ Arbitrum ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยการอัปเกรดโปรโตคอลที่สำคัญหลายครั้ง
- ArbOS Dia Upgrade (มกราคม 2026) – ปรับปรุงความสามารถในการขยายระบบและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การยืนยันตัวตนระดับมือถือ
- Fusaka Mainnet Upgrade (ธันวาคม 2025) – อัปเกรดโปรโตคอลครั้งใหญ่ที่รวม PeerDAS เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งานของข้อมูลและขยายระบบได้ดีขึ้น
- ArbOS 40 "Callisto" Upgrade (กลางปี 2025) – ปรับให้สอดคล้องกับการอัปเกรด Pectra ของ Ethereum โดยเพิ่มฟีเจอร์ native account abstraction และเทคโนโลยีเข้ารหัสขั้นสูง
รายละเอียดเชิงลึก
1. ArbOS Dia Upgrade (มกราคม 2026)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้เน้นการปรับปรุงระบบปฏิบัติการหลักของเครือข่าย เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายระบบ ปรับปรุงความจุของเชน และทำให้ค่าธรรมเนียมแก๊สมีความคาดการณ์ได้มากขึ้น เพื่อประสบการณ์ที่ราบรื่นสำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งาน
การอัปเดตนี้มีการปรับปรุงทางเทคนิคหลายอย่าง เช่น รองรับการประมวลผลธุรกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรม ฟีเจอร์สำคัญคือการเพิ่มระบบยืนยันตัวตนระดับมือถือ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสำหรับผู้ใช้บนอุปกรณ์มือถือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยให้เครือข่ายรองรับกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นและมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ ARB เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายและประสบการณ์ผู้ใช้โดยตรง นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ซับซ้อนขึ้นได้อย่างมั่นใจ และผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและคาดการณ์ได้ (แหล่งที่มา)
2. Fusaka Mainnet Upgrade (ธันวาคม 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรด Fusaka เป็นการอัปเดตโปรโตคอลครั้งใหญ่ที่เปิดใช้งานบน mainnet โดยรวมความสามารถของการอัปเกรดก่อนหน้าอย่าง Fulu และ Osaka เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายระบบอย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงเทคนิค Fusaka ผสาน PeerDAS (Peer Data Availability Sampling) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลธุรกรรม ทำให้เครือข่ายสามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและยังคงความปลอดภัยไว้ได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาคอขวดหลักของการเติบโต
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ ARB เพราะช่วยเพิ่มความจุและประสิทธิภาพของเครือข่ายอย่างมาก พื้นฐานที่ขยายตัวได้ดีจะรองรับแอปพลิเคชันและผู้ใช้จำนวนมากขึ้น ซึ่งสำคัญต่อการนำไปใช้ในระยะยาวและเพิ่มมูลค่าให้กับระบบนิเวศ (แหล่งที่มา)
3. ArbOS 40 "Callisto" Upgrade (กลางปี 2025)
ภาพรวม: การอัปเกรดนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีของ Arbitrum สอดคล้องกับแผนพัฒนาในอนาคตของ Ethereum โดยเฉพาะการ hard fork Pectra
ได้มีการนำ Ethereum Improvement Proposals (EIPs) สำคัญมาใช้ก่อน Ethereum mainnet ได้แก่ EIP-7702 สำหรับ native account abstraction (ทำให้กระเป๋าเงินทั่วไปสามารถทำงานเหมือนสมาร์ตคอนแทรกต์ชั่วคราว), EIP-2537 สำหรับการตรวจสอบลายเซ็น BLS ที่มีประสิทธิภาพ (สำคัญสำหรับการเข้ารหัสขั้นสูงและ zero-knowledge proofs) และ EIP-2935 เพื่อเข้าถึงข้อมูลบล็อกเชนในอดีตได้ดีขึ้น
ความหมาย: เป็นสัญญาณบวกสำหรับ ARB เพราะช่วยให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับ Ethereum ได้ในระยะยาว และให้นักพัฒนาบน Arbitrum ได้ใช้เครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังก่อนใคร ทำให้แพลตฟอร์มนี้น่าสนใจและพร้อมสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ในอนาคต (แหล่งที่มา)
สรุป
ทิศทางการพัฒนาของ Arbitrum มุ่งเน้นไปที่การอัปเกรดที่ต่อเนื่องและมีเนื้อหาสาระ เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายระบบ ความเข้ากันได้กับ Ethereum และเพิ่มศักยภาพให้นักพัฒนา การเปิดตัว Callisto, Fusaka และ Dia อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงแผนงานที่มุ่งเน้นความเป็นผู้นำทางเทคนิค ในปี 2026 การพัฒนาที่สะสมเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรต่อการเติบโตของเครือข่ายและการนำไปใช้ของนักพัฒนา? นี่คือคำถามที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในอนาคตอันใกล้นี้